เล่าเรื่องธรรมะ 7 (สัมผัสความมหัศจรรย์ ตอนที่ 1)

โดย   ช่อ…ดอกบัว

จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่อยากเล่าสู่กันฟังไว้เป็นข้อคิดในเรื่องของจิตคือ “จิตของเรานั้นที่ข้าพเจ้าได้สัมผัสมามีความมหัศจรรย์จริงๆ”(ไม่อยากให้เชื่อแต่อยากให้พิสูจน์เอง) มันวูบวาบไม่อยู่นิ่ง เหมือนกับลิงจริงๆ(ตรงตามคำสอน)วิ่งตามเท่าใดก็ไม่ทัน วิ่งไปจับตรงนู้นมาตรงนี้ จับความคิดนี้ ความคิดนู้นเกิดทันทีสลับไปมาอยู่แบบนี้ นานเข้าๆ มันก็เลยเป็นความคิดพอคิดมากเข้าๆ เราก็เรียกกันว่าความคิดฟุ้งซ่านคือเกิดความคิดหลั่งไหลเต็มไปหมด แต่เมื่อไรถ้าเราสามารถกำหนดจิตให้อยู่นิ่งได้คือ ไม่ให้คิดนู้นคิดนี้ เมื่อนั้นจิตของเราจะเป็นสมาธิคือนิ่ง สงบ และรู้เท่าทันความคิด(ปัจจุบัน)เรื่องอะไรตามทันทุกเรื่องและตัดความคิดทั้งหมดโดยสิ้นเชิงในขณะปฏิบัติ   ความมหัศจรรย์ก็จะบังเกิดขึ้นเช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าได้พบดังจะเล่าต่อไปนี้

เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน) ในฌานสมาธิ

ปี 2549  การปฏิบัติธรรมของข้าพเจ้าเป็นไปตามปกติวันนั้นเป็นคืนวันเสาร์ได้เจริญสมาธิ ปฏิบัติธรรมตามแนวของสติปัฏฐานสี่สายกัมมัฏฐานของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม(พระธรรมสิงหบุราจารย์) ช่วงเวลานั้นคติธรรมที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้ามีความมหัศจรรย์ใจอย่างยิ่งที่ได้รับรู้ในเรื่องชีวิต(ศีล สมาธิ ปัญญา)การปฏิบัติธรรมมีความเจริญในสมาธิเป็นลำดับโดยรู้เท่าทันจิต(ใจ)ของตัวเอง เห็นตามความเป็นจริงยอมรับในกรรมที่เป็นไปและกรรมที่จะเกิดกับตัวเองและครอบครัวสิ่งนี้เป็นสิ่งแรกที่จิตเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตและที่ได้เข้าไปสัมผัสรับรู้(อภิญญา)และที่ไม่อยากรู้ด้วยจิต เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นของการปฏิบัติธรรม

สิ่งที่สองที่อยากจะเล่าถึงความมหัศจรรย์แห่งจิตที่ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด(สติพิจารณาเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป)มิใช่เป็นภาพที่เกิดจากนิมิต(ภาพที่เห็นในใจของผู้เจริญกรรมฐาน)ภาพที่ฉายขึ้นนั้นไม่ได้เป็นภาพที่อยู่ในใจ(จิต)ไม่เคยเห็นและก็ไม่ได้เป็นสัญญา(ความจำ)ขณะที่เจริญสมาธิเลย ที่สำคัญไม่ใช่องค์ภาวนาที่ใช้บริกรรม(การเพ่งรูป)แต่อย่างไร แต่เมื่อได้เห็นแล้วทำให้เกิดปีติอย่างยิ่งเหมือนเหตุการณ์ที่ได้เคยสัมผัสในปี2540 ที่ตนเองได้นำจิตก้าวขึ้นในฌานสมาธิที่ได้รับรู้ในวันที่ 6 ในการปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เล่าอยู่ใน เล่าเรื่องธรรมะ 1 ไปแล้ว  เป็นอะไรที่ที่สูงสุดของการฝึกก็ว่าได้

การที่ข้าพเจ้าได้รับความเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ จากพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน)ได้มาชี้ทางสว่างให้ข้าพเจ้าได้น้อมนำไปพิจารณาในการเจริญสติ อันเนื่องมาจากเกิดปัญหาธรรมที่ตนปฏิบัติอยู่ที่หาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้(หลง)จนเกิดความทรงตัวของจิตไม่รู้จะก้าวไปทางใดเป็นเหตุผลหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้น อีกปัญหาหนึ่งก็คือการปฏิบัติธรรมไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครูบาอาจารย์ ถึงคราวเกิดปัญหาธรรมก็ไม่รู้จะไปขอคำชี้แนะเพื่อสอบอารมณ์กับใครจึงเกิดเป็นความเบื่อหน่ายในการปฏิบัติธรรม

และการที่ข้าพเจ้าได้รับเมตตาชี้ทางธรรมจากหลวงพ่อและได้เป็นลูกศิษย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ซึ่งไม่ทราบว่าจะเหมือนคนอื่นหรือไม่ เป็นเรื่องมหัศจรรย์ใจที่ได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อในณานสมาธิ ถือว่าเป็นบุญเป็นความโชคดีของข้าพเจ้าเป็นที่สุด เพราะข้าพเจ้าไม่เคยรู้จักหลวงพ่อพระราชพรหมยาน(ฤาษีลิงดำ)เลย เคยเพียงแต่ได้ยินว่าเป็นพระแท้(พระอริยะบุคคล)  ความมหัศจรรย์ที่เกิดครั้งนั้นเป็นอะไรดีดีที่กล่าวถึงและยังความปลาบปลื้มใจให้กับตนเองตลอดไป

ข้าพเจ้าขอเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นให้ฟังก่อน ขณะที่ข้าพเจ้าจะเห็นหลวงพ่อนั้นคือหลังจากที่ข้าพเจ้าได้สวดมนต์ทำวัตรเย็นแล้ว และได้เจริญสมาธิต่อในช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. เป็นต้นไป จิตของข้าพเจ้าที่สติรับรู้นั้นเข้าได้อย่างรวดเร็วนิ่งสงบเป็นสมาธิ(อุปจารสมาธิ)ไม่สอดส่ายไปทางใดจิตที่นิ่งสงบสติก็เกิดขึ้นตัวสติพิจารณาจิตของตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้นคือเกิดความสงสัยในการปฏิบัติที่ไม่ก้าวหน้ามีแต่ทรงอยู่กับที่ ไม่ว่าจะเข้าสมาธิช่วงไหนวันไหนเป็นอยู่แบบนี้หลายเดือนบางวันเจริญสมาธิก้าวเข้าไปถึงองค์อัปนาสมาธิ(กายละเอียด)ขึ้นไปไหนต่อไหนเวลาถอยกลับลงมาก็จะเกิดความเบื้อหน่ายในการปฏิบัติเป็นเช่นนี้ จนเกิดความสงสัยทุกครั้ง(ไม่มีคำตอบ) และวันที่หลวงพ่อได้เมตตานั้นสติของข้าพเจ้าได้กำหนดไปที่ตาที่สามคือเป็นไปโดยอัตโนมัติคือสติได้ชี้นำให้ข้าพเจ้าย้อนไปปฏิบัติโดยให้ไปกำหนดที่ตาที่สาม(หน้าผากของเรา) ขณะที่กำหนดนั้นจิตถามออกไปว่า “จะให้ปฏิบัติอย่างไรดีไม่รู้จะไปทางใดแล้ว” ขณะที่จบคำถามภาพหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน)ก็ลอยลงมาอยู่ตรงหน้าอย่างใกล้ชิดพร้อมด้วยขันสีเงินซึ่งมีดอกไม้ที่เห็นได้ด้วยตาในมีด้วยกัน 5 สี ที่จำได้ตลอดมาคือ สีขาว  สีเหลือง  สีแดง  สีส้ม  สีเขียว และธูป3 เทียนขาว 2  ตอนนั้นรู้ได้โดยตัวสติแยกแยะเลยว่า ต้องเป็นลูกศิษย์ก่อนถึงจะปฏิบัติตามแนวคำสอนของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน)ได้

จากที่ภาพหลวงพ่อที่ขึ้นมาให้ข้าพเจ้าเห็นพร้อมกับขันสีเงินที่หยุดในระดับสายตาในเวลาพอสมควรที่ทำให้ข้าพเจ้าทราบในสติทันที่ว่าเป็นภาพของใครและหายไปขณะนั้นก็ทำให้เกิดความแปลกใจแต่ยังไม่ได้ถอยจากสมาธิยังรับรู้วาระของจิตเป็นปัจจุบันตลอดเหตุการณ์  จิตกำหนดเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ถอยมาที่องค์ภาวนายุบหนอพองหนอการเข้าออกของลมหายใจที่พองออกและยุบเข้าที่ท้อง จนถึงแผ่เมตตา และอุทิศบุญกุศล สุดท้ายข้าพเจ้าได้อธิฐานจิตถึงผลบุญที่เกิดขึ้นในวันนี้ถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน)ด้วย

และเพื่อให้การปฏิบัติดังกล่าวเป็นผลดีกับตัวเองวันรุ่งขึ้นจึงไปสั่งดอกไม้ตามสีที่เห็น ที่ขึ้นมาปรากฏพร้อมกับที่เห็นหลวงพ่อ เพื่อนำไปจัดถวายประกอบการบูชาครูอาจารย์ในวันพฤหัสบดีที่กำลังจะถึงเพื่อขออโหสิกรรมและขอเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน)

หลังจากนั้นในวันพฤหัสบดีได้จัดถวายกราบขอเป็นศิษย์หลวงพ่อและกราบขออโหสิกรรม ขอความเป็นมงคลในการเจริญธรรมให้มีความราบรื่นและก็เป็นดังพรมงคลที่กล่าวไว้  สิ่งที่ติดขัดในการปฏิบัติที่ผ่านมาทะลุทะลวงผ่านหมดสิ้น(ไม่ขอกล่าวให้ฟัง)แต่สิ่งสุดท้ายที่ได้พบคือความว่างเปล่า(คติธรรม)และความมหัศจรรย์จากนั้นเป็นทางที่ชี้ทางสว่างให้ข้าพเจ้าต้องน้อมนำไปศึกษาเพื่อเจริญวิปัสสนาคือเสียงของประโยคที่ผ่านเข้ามาในโสตประสาทคำว่า “วิมุตติ”  เป็นประการใดนั้นผู้อ่านต้องไปศึกษาเรื่องวิมุตติเอง นั้นคือจุดหมายสุดท้ายที่หลวงพ่อชี้ทางให้ข้าพเจ้า

จากที่ได้กล่าวไว้ทั้งหมดข้างต้นผู้เขียนไม่มีจุดประสงค์ที่จะยกตนให้สูงขึ้นแต่อย่างใดเพราะความรู้ที่ได้ต้องรู้ได้ด้วยตนเอง เป็นการปฏิบัติธรรมที่เป็นความมหัศจรรย์ของจิตที่ผู้เขียนได้ปฏิบัติได้เรียนรู้เป็นประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ไม่ได้อยากให้ผู้อ่านเชื่อเลย  แต่อยากให้ผู้อ่านเมื่ออ่านแล้วเกิดเป็นความศรัทธาในพระธรรมของพุทธศาสนาของเราและปฏิบัติตนให้มีความสุข ความสุขที่เกิดจากจิตที่สงบไม่ยึดติดในโลกธรรมแปดและไม่ต้องหวังผลที่เกิดจากการปฏิบัติ เพียงแต่ก่อนหมดลมหายใจให้มีสติระลึกเท่าทันวาระสุดท้ายและกำหนดจิตในที่ที่จะเดินทางไปก็เพียงพอแล้ว(ทางสว่าง)ตามบุญความดีที่ปฏิบัติไว้

ความมหัศจรรย์ที่สัมผัสได้จากที่กล่าวข้างต้นนั้นยังเป็นโลกียธรรม ถ้าเราทอดทิ้งการฝึกปฏิบัติไปก็จะทำให้ลืมหรือจะทำให้เสื่อมไปในที่สุดได้…

**เผยแพร่เมื่อ  3  ธ.ค. 2553**

Tags:

Category: ธรรมะ

Comments are closed.

Website counter